­

About Rungsiya Thurahan

This author has not yet filled in any details.
So far Rungsiya Thurahan has created 39 blog entries.

อันตรายจากการเสียสมาธิ ในขณะขับรถ

อันตรายจากการเสียสมาธิ ในขณะขับรถ อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาในแต่ครั้ง นั่นหมายถึงความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และเวลา ทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น อันเป็นความสูญเสียที่มองเห็นได้ และมองเห็นไม่ได้ เมื่อพูดถึงอุบัติเหตุ “ความประมาท” เห็นจะเป็นสาเหตุหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การง่วนอยู่กับกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจทำให้สูญเสียสมาธิจากการควบคุมรถยนต์ ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรระมัดระวังและเพิ่มความใส่ใจ อุบัติเหตุจะไม่เกิดถ้าไม่ประมาท แต่ต้องยอมรับว่าหลายๆ คน ที่ขับรถในแต่ละครั้ง การจับพวงมาลัยแล้วมองไปข้างหน้า ไม่ใช่กิจกรรมเดียวที่ทุกคนตั้งใจ เพราะระหว่างการขับรถ เราอาจต้องการเสียงเพลง ชมโทรทัศน์ คุยโทรศัพท์ แชทผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน พูดคุยกันกับเพื่อนร่วมเดินทาง หรือแม้กระทั่งแต่งหน้า หรือรับประทานอาหาร ไปพร้อมๆ กับการบังคับพวงมาลัย และเหยียบคันเร่ง กิจกรรมดังกล่าว ถือเป็นการทำลายสมาธิระหว่างการขับขี่ นั่นเพราะเรามีความจำเป็นต้องละสายตาจากท้องถนนมาใช้เพื่อการเปลี่ยนแผ่นซีดีหรือเลื่อนสถานีวิทยุ ชมโทรทัศน์ มองหน้าจอสมาร์ทโฟน แล้วละมือหนึ่งมือไปเพื่อการพิมพ์พูดคุยตอบคำถาม มองหน้าเพื่อนๆ พูดคุยสนุกเฮฮาหรือแม้กระทั่งรับโทรศัพท์ แม้การใช้โทรศัพท์จะไม่ได้ทำให้เราละสายตาจากท้องถนนหรือปลดมือจากพวงมาลัย แต่การพูดคุยโทรศัพท์ ก็ทำให้เราสูญเสียสมาธิจากการขับขี่ไปชั่วขณะ ความสามารถในการตัดสินใจลดลง และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ในที่สุด เพราะฉะนั้นขับขี่ครั้งใด ยอมเสียเวลาสักนิด หยุดกิจกรรมทุกอย่าง เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า

By |สิงหาคม 4th, 2017|Categories: การใช้รถ|Tags: , |ปิดความเห็น บน อันตรายจากการเสียสมาธิ ในขณะขับรถ

น้ำช่วยบำบัดจิตใจ

น้ำ ช่วยบำบัดจิตใจ น้ำนอกจากให้ความรู้สึกชุ่มชื่นแล้ว ยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่า จิตใจมีความเชื่อมโยงกับสายน้ำ หรือที่เรียกว่า บลูมายด์ ซึ่งวอลเลนซ์ เจ นิโคลลส์ นักชีววิทยาทางทะเล ได้เขียนไว้ในหนังสือชื่อ Blue Mind ว่า น้ำมีอิทธิพต่อความคิดและจิตใจ ดังนี้ค่ะ 1.ทำให้สมาธิดีขึ้น การจ้องมองลงไปในน้ำและดูการเคลื่อนไหวของสายน้ำเป็นกาช่วยฝึกสมาธิ ทำให้รู้สึกสงบและมีสมาธิมากขึ้น ช่วยให้มองผ่านคลายความวิตกกังวล ความเจ็บปวด และความโศกเศร้าได้ แถมช่วยให้นอนหลับสบายด้วย 2.เกิดความคิดสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงทะเล แค่เพียงอาบน้ำก็ช่วยให้จิตใจได้ผ่อนคลาย สลายความเครียดและความยุ่งยากใจ ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการสุดบรรเจิด 3.สร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่ออยู่ใกล้น้ำ จิตสำนึกจะเกิดความรู้สึกกลัวและอยากอยู่กับผู้อื่นมากกว่าอยู่คนเดียว การได้นั่งอยู่ใกล้ใครบางคนริมแม่น้ำ นอกจากทำให้หายกลัวแล้ว ยังเป็นความโรแมนติก จึงเห็นได้ว่า การขอแต่งงาน การแต่งงานและการฮันนีมูนมักเกิดขึ้นในสถานที่ที่ใกล้ๆ กับน้ำ เช่น ทะเล น้ำตก ริมแม่น้ำ ทะเลสาบ เป็นต้น ให้สายน้ำช่วยปลอบโลมใจให้มีสุขแล้ว อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และกินอาหารที่มีประโยชน์นะคะ จะได้สุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจ  

By |กรกฎาคม 24th, 2017|Categories: การดูแลสุขภาพ|Tags: , , |ปิดความเห็น บน น้ำช่วยบำบัดจิตใจ

วิธีขับรถลุยน้ำท่วม และการดูแลรักษา

วิธีขับรถลุยน้ำท่วม และการดูแลรักษา พวกรถเครื่องยนต์ดีเซล นี่ทนทานสามารถขับรถลุยน้ำได้ แต่ถ้าวันใดน้ำเกิดเข้าไปในห้องเครื่องการแก้ไขจะยากมากอาจต้องเปลี่ยนเครื่องกันเลยที่เดียว ?เราจะมาพูดถึงเครื่องยนต์เบนซินเป็นหลักละกันนะ 1.ก่อนถึงจุดน้ำท่วมต้องลดความเร็วลง เพราะหากขับรถลุยน้ำ มีความเร็วผ่านบริเวณน้ำขัง รถจะเบาและอาจเสียการทรงตัวได้อันตราย จะคุมรถไม่อยู่ โดยอย่าให้ความเร็วมากกว่า60-80 กม.ต่อ ชม. 2.แล้วจะรู้ได้ไงว่าระดับน้ำขนาดไหนที่จะขับผ่านได้ ?ถ้าเป็นรถเก๋งก็ดูประมาณไม่เกิน 30 ซ.ม.ก็ประมาณครึ่งล้อ หากยังขืนลุยต่อโอกาสเครื่องดับก็มี 3.ถ้าจำเป็นต้องลุยกันจริงๆ (ผมก็เลือกข้อนี้นะ 555) สำหรับรถเก๋ง อันดับแรกให้ปิดระบบเครื่องปรับอากาศในรถ พร้อมเปิดกระจกระบายอากาศ ?ที่ให้ปิดระบบแอร์เพราะใบพัดอาจพัดน้ำเข้าเครื่องได้ หรือเข้าระบบไฟฟ้าได้ 4.ขณะขับลุยน้ำให้ใช้เกียร์ต่ำ คือเกียร์ 1-2 ?และรักษาอัตราเร่งไว้ให้ได้ประมาณ 1500-2000 รอบ ต่ำกว่านี้เครื่องอาจดับ สูงกว่านี้อาจจะดูดอากาศและน้ำเข้าเครื่องได้อีก ? ถ้าดับกลางน้ำท่วมนี่เซ็งแย่เลยนะ 5.ขณะขับลุยน้ำให้รักษาระยะห่างคันหน้าให้มาก เพราะระบบเบรกของท่านแช่น้ำอยู่ประสิทธิภาพต่ำลงเยอะ และถ้าพ้นน้ำแล้วก็ให้ขับช้าๆ และเบรกเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผ้าเบรกแห้ง ถ้าดิสเบรค จะแห้งเร็ว แต่ถ้าดรัมเบรคจะแห้งช้ากว่า ระวังข้อนี้ให้ดีนะ 6.และสุดท้าย เกิดเผอิญเครื่องดับกลางน้ำ(จนได้) ให้หาคนช่วยย้ายรถไปตำแหน่งที่น้ำไม่ท่วม และอย่าทะลึ่งสตาร์ทรถ เพราะยิ่งสตาร์ท น้ำยิ่งเข้าระบบเครื่องยนต์จะพังหนักไปกันใหญ่ และฝากสำหรับรถที่อาจเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม หากรู้ตัวให้รีบถอดขั้วแบตเตอรี่รถยนต์ออกขั้วใดขั้วหนึ่ง หรือทั้งสองขั้ว ทำให้ระบบไฟฟ้าไม่ทำงานซะ

By |กรกฎาคม 11th, 2017|Categories: การดูแลรถยนต์|Tags: , |ปิดความเห็น บน วิธีขับรถลุยน้ำท่วม และการดูแลรักษา

ดูแลสุขภาพรับมือกับหน้าร้อน

ต้องดูแลสุขภาพรับมือกับหน้าร้อนอย่างไร เข้าสู่ฤดูร้อนอีกแล้วพามาพูดถึงช่วงหน้าฤดูร้อนกัน เข้าช่วงหน้าร้อนทีไร เดี๋ยวปวดหัว เดี๋ยวปวดท้อง ท้องเสียบ้างล่ะ มีวิธีดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอย่างไรบ้าง? ควรหลีกเลี่ยงการกินน้ำแข็งหรือดื่มน้ำที่เย็นจัดฤดูร้อน อากาศร้อน ต้องหาทางช่วยกันดับความร้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนกระทบกับร่างกายมากจนเกินไป เป็นหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยให้คุณเจ็บป่วยน้อยลง2. ควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วงหน้าร้อนจะเกิดการสูญเสียเหงื่อมาก และควรดื่มน้ำเปล่าที่ต้มสุกแล้ว หรือจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ เครื่องดื่มหรือสมุนไพรอื่น ๆ ก็สามารถเลือกรับประทานได้3.ไม่ควรนอนให้โดนลมหรือความเย็นมากๆ ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตากลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงต่ำ ถ้าเกิดว่าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ ทำให้เหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สดชื่นแจ่มใส หรืออาจทำให้เป็นไข้หวัดได้4. การนอนพักผ่อน ควรนอนหลับให้เพียงพอ5. ควรเลือกทานอาหารแบบอ่อนๆ ในช่วงตอนเช้า เช่น ข้าวต้ม เพราะในช่วงเช้ายังไม่ควรทานอาหารที่หนัก ๆ แค่ทานผักผลไม้เยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารทอดๆ มัน ๆ แห้ง ๆ 6. ควรดูแลสุขภาพของเด็กๆ โดยเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการดำเนินชีวิต 7. สำหรับหญิงตั้งครรภ์ สิ่งที่ควรปฏิบัติในหน้าร้อน คือ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด

By |กรกฎาคม 1st, 2017|Categories: การดูแลสุขภาพ|Tags: , |ปิดความเห็น บน ดูแลสุขภาพรับมือกับหน้าร้อน

10วิธีสวยสู้ลมหนาว

เตรียมความสวยเพื่อสู้กับลมหนาวเถอะ สวัสดีคะ วันนี้พามาเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูหนาวนะคะ ปัญหาผิวพรรณเป็นสิ่งที่ต้องระวังทางเราเชื่อว่าทุกคนต้องเคยพบเจอเนื่องจากฤดูหนาวสามารถทำให้เกิดปัญหาได้หลากหลาย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี มาดู 10 วิธีในการดูแลผิวแห้งอยากถูกต้องแบบง่ายๆ โดยเริ่มที่ 1.อาบน้ำอุ่นหน้าหนาว เคล็ดลับวิธีการอาบน้ำอุ่นและช่วยลดอาการผิวแห้ง คือ หลังจากอาบน้ำเสร็จภายใน 3 นาทีให้เรารีบทามอยซ์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิวทันทีโดยเฉพาะคนที่มีสภาพผิวแห้งหรือจะหันมาดื่มน้ำอุ่นแทนการอาบน้ำก็ได้นอกจากนี้แล้วการอาบน้ำอุ่นควรเลือกน้ำอุณหภูมิที่พอเหมาะ 2.เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว พวกเจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ ด้วยส่วนผสมของแอลกอฮอล์จะทำให้มือแห้งและเล็บเปราะได้ง่าย สบู่ที่มีฟองเป็นตัวการที่ทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก เพราะสารที่ทำให้เกิดฟองจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติและสำหรับผู้ที่ชอบพกลิปบาล์มติดกระเป๋าไม่ควรทาบ่อยเพราะลิปบาล์มจะมีส่วนผสมของเมนธอลและการบูร ทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น 3.การดูแลผมหน้าหนาว ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผม แก้ปัญหาผมหลุดร่วงและช่วงล้างสารพิษ ป้องกันการเกิดรังแค อาการแห้งของเส้นผมและหนังศีรษะ ไม่ทำให้ผมหงอกก่อนวัย ใช้โยเกิร์ตผสมกับน้ำมันมะกอก หมักผมทิ้งไว้ก่อนสระผมประมาณ 20-30 นาทีก่อนสระผม ช่วยให้ผมนุ่มลื่นสุขภาพดี ใช้หัวกะทิคั้นสดๆผสมกับน้ำมะกรูดช่วยให้ผมนุ่ม ดำ และเงางามที่สุด 4.วิธีดูแลมือและเล็บ ด้วยการใช้น้ำมันมะกอกอุ่นๆหรือน้ำมันอัลมอนด์นวดมือเบาๆ แล้วเช็ดออกด้วยน้ำอุ่น ใช้กระดาษทิชชู่เนื้อนุ่ม ซับเบาๆ  และอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยคลายความเมื่อยล้าของมือได้คือ การแช่มือลงในน้ำนมอุ่นๆสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที นอกจากช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม และแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความผ่อนคลายสบายมือได้อีกด้วย 5.วิธีดูแลเท้า เคล็ดลับการบำรุงง่ายๆเพียงใช้มะนาวมาบีบใส่ส้นเท้าตรงที่มีรอยแตก 2-3 ครั้งต่อวัน และเพิ่มความนุ่มเนียนให้เท้าด้วยการใช้ขี้ผึ้งทาที่รอยแตกก่อนนอน จากนั้นใส่ถุงเท้าคลุมไว้ ตื่นเช้ามาจะช่วยให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื้นน่าสัมผัส 6.ผิวหน้า วิธีที่ทำได้ง่าย คือ การมาสก์หน้าด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ

By |มิถุนายน 24th, 2017|Categories: การดูแลสุขภาพ|Tags: , , |ปิดความเห็น บน 10วิธีสวยสู้ลมหนาว

7วิธียืดอายุของยางรถยนต์

7วิธียืดอายุของยางรถยนต์ 7วิธียืดอายุของยางรถยนต์ ยางรถยนต์ เมื่อถูกใช้งานก็ย่อมมีการสึกหรอไปตามสภาพกันอยู่แล้วตามปกติ รถเช่าขอนำวิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้องมาฝากกันนะคะ ซึ่งทางรถเช่าคิดว่าจะสามารถช่วยให้การใช้ยางรถยนต์เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานได้อย่างแน่นอน แม้ว่าผู้ผลิตจะผลิต ยางรถยนต์ออกมาให้อย่างมีคุณภาพดีที่สุดขนาดไหนก็ตาม หากใช้ยางรถยนต์ไม่ถูกต้อง จะทำให้ได้รับประสิทธิภาพยางรถยนต์ลดลงและยังทำให้ยางรถยนต์เสียหายก่อนกำหนด ดังนั้นยางรถยนต์จะให้ประโยชน์ได้คุ้มค่าทุกด้านอย่างเต็มที่ขึ้นอยู่กับการใช้ยางรถยนต์ที่ถูกต้อง การใช้ยางรถยนต์ที่ถูกต้องขอแนะนำดังนี้ เติมลมยางให้อยู่ในอัตราเหมาะสม การเติมลมยางรถยนต์ให้ได้ตามอัตราที่เขียนในคู่มือรถยนต์ที่ได้กำหนดไว้เป็นอัตราที่ดีที่สุด เหมาะสมสำหรับรถแต่ละชนิด แต่หากคุณไม่ได้ใช้ยางรถยนต์ขนาดเดียวกันกับยางที่ติดรถมา ควรขอคำแนะนำเกี่ยวกับอัตราสูบลมยางที่เหมาะสมจากผู้ผลิตยางหรือร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่ได้มาตรฐานโดยตรง ในส่วนของ ยางอะไหล่ ควรเติมลมไว้ให้มากกว่ามาตราฐาน 3 - 4 ปอนด์ และเมื่อนำมาใช้งานก็ปล่อยให้เป็นความดันปรกติ ควรตรวจเช็คลมยางสม่ำเสมอ ควรตรวจเช็คลมยางประมาณอาทิตย์ละครั้ง หรือทุกครั้งก่อนเดินทางในขณะที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ ควรเมื่อใช้รถไปแล้วหรือตัวยางรถมีความร้อน ค่าความดันภายในยางจะสูงขึ้นและไม่ได้เป็นค่าที่ใช้วัดไม่ควรใช้วิธีการที่สังเกตด้วยตาเปล่าว่า ลมยางรถยนต์อ่อนเกินไปหรือยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยางที่คุณใช้เป็นยางเรเดียล ควรตรวจเช็คลมโดยให้เกจ์วัดลมที่ได้มาตราฐาน สลับยางรถยนต์ เพื่อให้ยางรถยนต์ทุกเส้นที่ใช้งานมีการสึกอย่างเท่าเทียมกัน ควรศึกษาดูคู่มือการใช้งานรถเกี่ยวกับคำแนะนำในการสลับยางรถยนต์อย่างละเอียด ควรจะสลับยางรถยนต์ในทันทีที่มีการใช้รถครบ 10,000 กิโลเมตรแรก ข้อควรระวัง ลมยางล้อหน้าและล้อหลังต่างกัน ดังนั้นเมื่อสลับยางรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ควรปรับให้อยู่ในระดับความดันลมของยางรถยนต์ล้อหน้า และล้อหลังให้ถูกต้อง ต้องมีการถ่วงล้อ หากเกิดการกระจายน้ำหนักไม่ถูกต้องของยางรถยนต์ จะทำให้เกิดอาการสั่นเกิดขึ้นขณะที่รถวิ่ง ทำให้มีผลเสียต่ออายุการใช้งานของยางรถยนต์อย่างมาก รวมถึงระบบช่วงล่างของรถ ตลอดจนความสะดวกสบายในการขับขี่ ปรับตั้งศูนย์ล้อ รถที่มีปัญหาศูนย์ล้อที่ไม่ตรง เช็กแบบง่าย ๆ คือเมื่อรถวิ่งทางตรงสามรถทดลองปล่อยพวงมาลัย ดูถ้ารถเกิดวิ่งเบี่ยงเบนขึ้นมาแปลว่าศูนย์ล้อไม่ตรง

By |มิถุนายน 15th, 2017|Categories: การดูแลรถยนต์|Tags: , |ปิดความเห็น บน 7วิธียืดอายุของยางรถยนต์

5ประเทศที่โดนโหวตว่าอาหารอร่อยที่สุดในโลก

5ประเทศที่โดนโหวตว่าอาหารอร่อยที่สุดในโลก 5ประเทศที่โดนโหวตว่าอาหารอร่อยที่สุดในโลก อันดับ 1 Bangkok - Thai food is The Best สวัสดีคะวันนี้ พาทุกคนมากรี๊ดดด ขอกรี๊ดแรงๆ และดังๆกันเลยค่ะ กับเมนูอาหารไทย เพราะตอนเห็นผลโพลนี้นี่ยิ้มแก้มจะแตก ดีใจสุดๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าของเค้าดีจริงอะเนาะ ขอบอกเลยว่า เมนูอาหารไทยที่ชาวต่างชาติเค้าติดใจให้คะแนนกันให้ก็ไม่พ้นต้มยำ ส้มตำ ไก่ย่าง แกงเขียวหวาน ผัดไท หรือแม้แต่เมนูที่พวกเรามองว่าธรรมดาๆ อันดับ 2 Rome - Meat Lover พูดกันว่าถ้าอาหารอิตาเลียนไม่ติดอันดับนั่นคงจะแปลกๆ สิเนาะ เมนูหลักๆที่ขึ้นชื่อคงไม่พ้นเมนูสปาเก็ตตี้ (หอมเนย ชีสเยิ้ม) แต่จริงๆแล้ว ถ้าเป็นอาหารโรมแท้ๆ ส่วนมากจะเน้น วัตถุดิบที่มี"เนื้อ" เป็นหลักค่ะ เช่น Saltimbocca (เนื้อม้วน) Stufatino (สตว์เนื้อ) Coda alla vaccinara (ซุปหางวัว) เรียกได้ว่าใครชอบกินเนื้อล่ะก็ ห้ามพลาด ! อันดับ

By |มิถุนายน 5th, 2017|Categories: อาหารยอดนิยมของไทย|Tags: , , |ปิดความเห็น บน 5ประเทศที่โดนโหวตว่าอาหารอร่อยที่สุดในโลก

6 สมุนไพรไทยแก้หวัด

6 สมุนไพรไทยแก้หวัด ใกล้เข้าหน้าฝนกันแล้วความชุ่มชื้นในอากาศกำลังคืบคลานเข้ามา วันนี้จึงนำสรรพคุณของสมุนไพรมาฝากกันครับ อากาศก็ย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงจากร้อนกลายเป็นเย็น การเปลี่ยนแปลงของกลไกลธรรมชาตินี้จะส่งผลให้ร่างกายคนเราปรับตัวกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไข้หวัดจะมาพร้อมกับฝน และหากร่างกายคุณอ่อนแอคุณก็จะมีอาการคัดจมูก หายใจไม่สะดวก ไอ จาม ปวดหัวตัวร้อนตามแต่ภูมิต้านทานของแต่ละคนแต่เรายังมีทางป้องกันและเพิ่มภูมคุ้มกันและได้ผลด้วยสมุนไพรธรรมชาติในบ้านเราหาซื้อได้ง่ายและทำได้ด้วยตัวเองปลอดภัยจากสารพิษมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1กระเทียม กระเทียมเป็นสมุนไพรมีกลิ่นฉุน รสเผ็ด แต่ช่วยแก้คัดจมูกได้ดี เพียงนำกระเทียมมาเป็นส่วนประกอบของอาหารหรือจะเลือกทานแบบสดครั้งละ7-8กลีบทุกวันอาการหวัดคัดจมูกจะดีขึ้นตามลำดับ แต่ไม่ควรทานตอนท้องว่างเพราะอาจจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะได้ 2หญ้าใต้ใบ มีรสชาติขม นำต้นสดประมาณสามต้นล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตรให้เดือดกรองเอาแต่น้ำ ดื่มก่อนอาหารครั้งละ 1 แก้ว เช้าและเย็น อาการหวัดจะบรรเทาลงและทำให้น้ำมูกแห้งอีกด้วย 3พริก เอาเฉพาะต้นและใบมาล้างให้สะอาด สับเป็นท่อนๆนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นจึงน้ำไปต้มกับน้ำให้เดือด ใช้น้ำ 1 ลิตร ต้นพริกแห้งประมาณ 15 กรัม กรองเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1 แก้วก่อนอาหาร เช้าและเย็น สรรพคุณจะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น 4ขิง ใช้ขิงแก่ 1 แง่ง ล้างให้สะอาดหั่นเป็นแว่นๆ ใช้น้ำสะอาด 1 ลิตรต้มให้เดือด 5 นาทีจากนั้นตักขิงออกหรือจะกรองก็แล้วแต่

By |พฤษภาคม 25th, 2017|Categories: Uncategorized, การดูแลสุขภาพ, สาระน่ารู้|Tags: , |ปิดความเห็น บน 6 สมุนไพรไทยแก้หวัด

ผักและผลไม้ที่ช่วยชะลอความแก่

ผักและผลไม้ที่ช่วยชะลอความแก่ หลายๆคนคงเคยทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดแต่มีผักและผลไม้ที่มีคุณสมบัติพิเศษจำนวน 7 ชนิดที่ช่วยชะลอความแก่ชราที่ได้ผลและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก 1 ลูกพรุน ในเนื้อลูกพรุนเป็นแหล่งโปรแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ ลูกพรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัมและวิตามินซี ช่วยในการดูดซึมธาตุต่างๆเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัย  25 ปีขึ้นไปร่างกายจะเริ่มเสื่อมโทรมลง ไขมันจะเข้ามาแทนที่ในร่างกายผิวพรรณหมองคล้ำ ธาตุอาหารในลูกพรุนจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่างๆได้ดียิ่งขึ้นหากทานเป็นประจำจะทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาดเปร่งปรั่งอมชมพูไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางเลยทีเดียว 2 ถั่ว ถั่วไม่มีไขมันส่วนเกินอุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี ไฟเบอร์ซึ่งในถั่วมีมากมาย การกินถั่วเป็นประจำจะช่วยทำให้อิ่มนาน ไฟเบอร์ในถั่วจะช่วยเคลือบกระเพาะของคุณ แน่นอนว่าหากต้องการลดความอ้วนที่ได้ทั้งสารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายและร่างกายที่สมส่วนแล้วถั่วทุกชนิดช่วยคุณได้แน่นอน 3 บรอคโคลี่ บรอคโคลี่เป็นพืชทีมีซีลีเนียมมากมายในตัวของมัน สารซีลีเนียมนี้จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังของคุณ ทำให้ดูอ่อนวัยเหมือนหนุ่มสาว และช่วยลบริ้วรอยที่เหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี ทำประกอบอาหารได้หลากหลาย รับประทานเป็นประจำจะทำให้คุณดูดีหนังไม่หย่อนยาน 4 แอปเปิ้ล แอปเปิ้ลมีสาระสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ชื่อเพคติน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารลดความอ้วนได้ ในแอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 เปอร์เซ็น ทำให้ร่างกายน้ำไปใช้ได้ทันที ทานวันละ 2-3 ผลช่วยลดปริมาณโคเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี เป็นผลไม่ให้เส้นเลือดอุดตัน 5 กล้วยไข่ กล้วยทุกชนิดก็ดีต่อร่างกายทั้งนั้นแต่ กล้วยไข่มีความพิเศษคือ มีสารเบต้าแคโรทีนมากมายซึ่งมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระเกี่ยวโยงกับการสึกหรอของร่างกายโดยตรงทานทุกวันจะช่วยให้ร่างกายมีสารที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายให้ดูดีไม่แก่เร็วอยู่เสมอ

By |พฤษภาคม 15th, 2017|Categories: สาระน่ารู้|Tags: , |ปิดความเห็น บน ผักและผลไม้ที่ช่วยชะลอความแก่

คุณคิดว่าการวางแผนก่อนการท่องเที่ยวสำคัญหรือไม่

คุณคิดว่าการวางแผนก่อนการท่องเที่ยวสำคัญหรือไม่ หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในโลกนี้มีมากมายยิ่งนัก ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลแค่ไหนก็จะมีนักท่องเที่ยวมากมายการเดินทางหมุนเวียนไปในสถานที่ต่างๆกันทุกวี่ทุกวันตามแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งในปัจจุบันการเดินทางไปในที่ต่างๆมีหลากหลายวิธีให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางได้มากกว่าในอดีตพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย แต่การเดินทางไปท่องเที่ยวของคุณจะเป็นไปตามคาดหวังหรือไม่นั้นมิใช่เพียงแค่คุณมีเงินเต็มกระเป๋าเพียงอย่างเดียว หากคุณขาดการวางแผนโปรแกรมการท่องเที่ยวของคุณว่าควรเริ่มจากอะไร ต้องการอะไรบ้างตั้งแต่เวลาเริ่มต้นการออกเดินทางท่องเที่ยงจนจบทริปได้อย่างสมใจและมีความสุข เราจึงต้องวางแผนก่อนถึงจะดีซึ่งมีหลักๆดังนี้ -เมื่อเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะเดินทางไปได้แล้ว ให้หาข้อมูลของที่นั้นๆหรือถามคนที่เคยไปมาแล้ว -จะเดินทางไปโดยทางใดก็เลือกเอาตามความชอบและยานพาหนะนั้นไปถึง ที่ที่คุณจะเดินทางไป -กำหนดวันเวลาไปและกลับให้ชัดเจนเพราะจะทำให้เราท่องเที่ยวได้มากมายยิ่งขึ้นกับการกำหนดเวลาไปและกลับจากอีกที่ไปอีกที่ พร้อมทั้งสมาชิกที่ร่วม่ดินทางไปว่ามีกี่คน วัยไหนบ้างจะได้เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ได้พรั่งพร้อม -จองที่พักให้ได้ก่อนการเดินทางไม่ควรมาหาข้างหน้าเสี่ยงมาก -จองเช่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ไว้ล่วงหน้าเพื่อความสะดวก ไม่ควรเช่าวันเว้นวันหรือมาค้นหาเอาดาบหน้าเพราะคุณอาจจะไม่ได้ยานพาหนะขับขี่ท่องเที่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงคุณควรเช่ารถยาวตลอดทริป(กรณีเดินทางไปกันเองไม่ใช่เป็นกรุ้ปทัวร์) ให้คิดเป็นค่าใช้จ่ายถึงแม้บางวันคุณอาจจะไม่ได้ขับขี่ยานพาหนะก็ตาม ลักษณะนี้คุณจะตัดความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆไปได้เลยทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้คุณได้อย่างแน่นอน -ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาด -สถานที่ที่สวยๆของถิ่นนั้นและสิ่งศักสิทธ์คู่บ้านคู่เมืองควรหาข้อมูลเอาไว้จะได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศได้ตามเป้าหมาย เห็นไหมครับว่าการวางแผนก่อนเดินการท่องเที่ยวนั้นมีความสำคัญและมีประโยชน์มากแค่ไหน เราไม่ควรมองข้ามกับสิ่งเหล่านี้เป็นอันขาดหากทุกการท่องเที่ยวคุณทุกคนมีการวางแผนไว้ทริปของคุณก็จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแน่นอน  

By |พฤษภาคม 5th, 2017|Categories: วิธีวางแผนท่องเที่ยวก่อนเดินทาง|Tags: , |ปิดความเห็น บน คุณคิดว่าการวางแผนก่อนการท่องเที่ยวสำคัญหรือไม่